EDS แคมป์ที่พักของสายลับหน้าใหม่
ยินดีต้อนรับเข้าสู่EDS แคมป์ที่พักของสายลับหน้าใหม่ สถานที่รวบรวมบุคคลหน้าแปลก เอ้ย แปลกหน้าที่รักการผจญภัย อยากรู้อยากเห็น และสนุกไปกับแชทกับผู้คนมากมาย ลองสมัครแล้วมาเป็นสมาชิกด้วยกันสิ ^ ^

Go down
/Charcoal/
/Charcoal/
ผู้รวบรวมความจริง
ผู้รวบรวมความจริง
จำนวนข้อความ : 2223
ชื่อเสียง&น้ำใจ ชื่อเสียง&น้ำใจ : 171
วันเกิด : 02/03/1920

อุบัติเหตุจราจร (TRAFFIC ACCIDENT) Empty อุบัติเหตุจราจร (TRAFFIC ACCIDENT)

on Fri Oct 07, 2011 1:07 am
อุบัติเหตุจราจร เป็นเหตุนำการเสียชีวิตที่พบมากที่สุด ในศพที่เข้ามารับการตรวจชันสูตรที่สถาบันนิติเวชวิทยา พบประมาณ 35 - 45 % ของจำนวนศพที่เข้ามาเป็น หมื่นรายต่อปี
การตายจากอุบัติเหตุจราจร อาจแบ่งได้เป็น 3 จำพวก
1. การตายที่ผู้ตายเดินเท้าแล้วถูกรถชน Pedestrian death
2. การตายที่ผู้ตายเป็นผู้ขับขี่หรือโดยสารในรถยนต์ Driver and Passenger
3. การตายจากการขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ Motor cycle accidents

I การตายที่ผู้ตายเดินเท้าแล้ว(เดินถนน)ถูกรถชน

Pedestrian Death
การตายของคนเดินเท้าที่ถูกรถชนนั้น ความรุนแรงของบาดแผลและการบาดเจ็บขึ้นอยู่กับ
1. ความเร็วของรถ รถที่วิ่งด้วยความเร็วมากกว่าย่อมทำให้การบาดเจ็บรุนแรงกว่า
2. ลักษณะของรถ รถที่ใหญ่กว่าย่อมทำให้เกิดการบาดเจ็บได้มากกว่า
3. มีการเบรคก่อนชนหรือไม่ ถ้ามีการเบรคก่อนมีการปะทะ รถที่ไม่มีการเบรคจะเกิดการบาดเจ็บมากกว่าจุดที่ปะทะในรถที่มีการเบรคจะต่ำกว่า และการกระเด็นของ ผู้ถูกชนอาจเปลี่ยนไป
4. รูปร่างและขนาดของผู้ถูกชน เนื่องจากการกระเด็นของผู้ถูกชนจะมีสภาพต่างกัน ถ้ามีรูปร่างต่างกัน

ผู้ถูกชนจะถูกชนในสองลักษณะคือ
1. ถูกชนทางด้านหน้าของรถ ในกรณีนี้จะมีบาดแผลจุดปะทะ
2. ถูกเฉี่ยวจากทางด้านข้างของรถ ทำให้ไม่มีแผลจุดปะทะ

การตรวจบาดแผลโดยละเอียด อาจจะช่วยบอกลักษณะของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นได้มากพอควร โดยอาจจะบอกได้ว่า
1.ผู้ถูกชนกำลังเดิน ยืน หรือนอนอยู่บนถนนขณะถูกชน
2.ทิศทางของรถขณะชนกำลังเคลื่อนไปทางทิศใด
3.มีการเบรคหรือไม่ในขณะชน
4.ผู้ขับขี่น่าจะเห็นผู้ถูกชนก่อนการชนหรือไม่
5.มีลักษณะของรถที่ชน บนร่างกายของผู้ถูกชนหรือไม่

การตรวจศพจะต้องเริ่มตั้งแต่เสื้อผ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่”ชนแล้วหนี” ฉะนั้นการส่งศพควรเก็บทั้งเสื้อผ้าหรือเศษส่วนของศพไม่ให้ขาดหายไปโดยใส่ในถุงเก็บศพที่สะอาด หรือห่อผ้าขาวที่สะอาด แต่ก็ไม่ควรรวมเศษส่วนที่ไม่ได้ติดอยู่กับศพ แต่ควรเก็บเป็นหลักฐานแยกไว้อีกถุงหนึ่ง เพราะเศษส่วนของเสื้อผ้าที่ฉีกขาดหายไปจากร่างกาย อาจจะไปติดอยู่กับส่วนของรถเช่น กันชน บังโคลน ของล้อ ฯลฯ
การตรวจรถที่สงสัยเมื่อมีโอกาสนั้น จะช่วยบอกความสัมพันธ์ของบาดแผลกับสภาพของตัวรถได้
การบาดเจ็บของผู้ถูกชนจะเกิดเป็น 4 ขั้นตอนคือ
1.บาดแผลจุดปะทะ (bumper injury)
2.บาดแผลที่เกิดจากการกระแทกกับตัวรถ
3.บาดแผลจากการกระแทกกับพื้นถนน
4.บาดแผลจากรถทับซ้ำหรือรถอื่นทับซ้ำ

1.บาดแผลจุดปะทะ (Bumper Injury)
ในกรณีที่ถูกชนจากด้านหน้ารถ 75%จะถูกชนด้วยกันชนรถ (หรือส่วนที่ยื่นออกมามากที่สุดของรถ) เรียกบาดแผลนี้ว่าbumper injury (บาดแผลจุดปะทะ) ในรถยนต์ส่วนใหญ่จะสูงจากพื้นราว 35 - 60 ซม.
บาดแผลจุดปะทะจะมีขนาดความรุนแรงเท่าใดก็ได้ เช่น อาจจะแค่ถลอก หรือมากขึ้นถึงช้ำเขียว ฉีกขาดหรือกระดูกหัก ก็ได้ ขึ้นอยู่กับความเร็วของรถ เสื้อผ้าที่สวมใส่ และลักษณะของกันชน เสื้อผ้าเช่นกางเกงอาจจะมีลักษณะของรถประทับอยู่ เพราะอาจจะมีคราบสกปรกบนส่วนนั้นของรถได้
ถ้าบาดแผลจุดปะทะของขาทั้งสองข้างสูงไม่เท่ากันน่าจะแสดงว่า ขณะถูกชน กำลังเดินอยู่
ถ้าบาดแผลจุดปะทะสูงจากพื้นเท่ากันน่าจะแสดงว่า ขณะถูกชน กำลังยืนอยู่
ถ้าบาดแผลจุดปะทะสูงเท่ากับกันชนน่าจะแสดงว่า รถไม่ได้เบรคก่อนชนหรือขณะชน แต่ถ้าบาดแผลจุดปะทะต่ำกว่ากันชนในสภาพปกติน่าจะแสดงว่ามีการเบรค เพราะในปัจจุบันเมื่อรถเบรค หน้ารถจะเตี้ยลง
ถ้าไม่มีบาดแผลจุดปะทะหรือมีเพียงด้านเดียว อาจจะเป็นการชนโดยด้านข้างของรถก็ได้

2.บาดแผลที่ผู้ถูกชนกระแทกกับตัวรถ
หลังจากการปะทะ ถ้าผู้ถูกชนเป็นผู้ใหญ่หรือผู้ที่มีจุดศูนย์ถ่วงสูงกว่าจุดปะทะและรถที่ชนมีความเร็วเกินกว่า 20 กม./ชม. ผู้ถูกชนจะล้มลงไปบนรถ จุดที่จะมีการบาดเจ็บต่อมาคือ ต้นขา สะโพก (หรือเชิงกราน) หรือลำตัวแล้วแต่ความเร็ว จะกระแทกกับกระโปรงรถ และร่างกายจะไถลไปบนกระโปรงรถ อาจจะกระแทกกับส่วนอื่นๆบนกระโปรงรถเช่น เครื่องหมาย หรือ ตรายี่ห้อ ฯลฯที่อยู่บนนั้น ทำให้เกิดบาดแผลที่แสดงลักษณะของสิ่งที่อยู่บนนั้น หรืออาจจะมีสีรถ หรือสิ่งที่เปรอะเปื้อนอยู่บนรถ ติดเสื้อผ้าหรือลำตัวผู้ตายได้
ในลักษณะนี้ถ้าผู้ถูกชนถูกชนทางด้านหลัง อาจจะพบ กระดูกสันหลังช่วงเอว อก หรือ กระดูกคอหักได้ และผู้ถูกชนอาจจะเสียชีวิตตั้งแต่ตอนนี้ การชนลักษณะนี้มักพบแผลฉีกขาดของผิวหนังชั้นนอกตื้นๆเป็นแนวขวางหลายแนว ซึ่งเกิดจากการที่ร่างกายถูกดันให้หงายไปทางบ้างหลังอย่างรวดเร็วทำให้มีการฉีกขาดดังกล่าว
ในกรณีที่รถใช้ความเร็วมากกว่า 40 กม./ชม.ขึ้นไป ผู้ถูกชนอาจจะล้มแรงจนศีรษะกระแทกกระจกหน้าของรถยนต์หรืออาจจะกระเด็นขึ้นหลังคารถตกลงไป ทางท้ายรถได้ จากนั้นจึงกระแทกพื้นถนน ก่อนจะถูกชนหรือทับจากคันอื่นต่อไป
ถ้าถูกชนเยื้องไปทางด้านใดด้านหนึ่งของรถ หรือรถวิ่งไม่เร็วมาก ผู้ถูกชนอาจจะร่วงจากกระโปรงรถไปทางด้านข้างใดข้างหนึ่ง แล้วปะทะหรือถูกชนจากรถอื่นต่อไป หรืออาจจะกระเด็นขึ้นฟุตบาท ทำให้เข้าใจผิดว่าไม่ได้ถูกรถชน และบาดแผลที่พบอาจจะศึกษาเปรียบเทียบกับสิ่งที่อยู่ข้างตัวรถได้เช่นกัน
ส่วนผู้ที่มีรูปร่างเล็ก มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำกว่าจุดชน ผู้ถูกชนจะล้มตามการชนไปทางเดียวกับรถคือล้มอยู่ข้างหน้ารถ และอาจถูกรถยนต์คันเดียวกันนั้นเองทับอีกทีหนึ่ง

3.บาดแผลที่เกิดจากการกระแทกกับพื้นถนน
หลังการกระแทกกับตัวรถตามข้อสองแล้ว ร่างกายของผู้นั้นจะตกลงไปบนถนน ยกเว้นแต่ว่าจะมีชิ้นส่วนที่ข้างรถเกี่ยวเสื้อผ้าหรือลำตัวให้รถลากต่อไปทำให้มีบาดแผลครูดถลอกจำนวนมากและการแปลผลจากบาดแผลจะเกิดการสับสนได้มาก
ในกรณีที่มีการเบรคในขณะที่ชนหรือก่อนชนเล็กน้อย จะพบลักษณะอีกแบบหนึ่งคือ เมื่อรถวิ่งมาด้วยความเร็วประมาณ 40 กม./ชม. ผู้ขับขี่ได้เบรคทันทีที่ชน ขณะชนรถมีความเร็วใกล้ 40กม./ชม. ผู้ถูกชนที่ล้มมาทางตัวรถจะมีความเร็วพุ่งไปข้างหน้าส่วนหนึ่งซึ่งใกล้ 40กม./ชม. ในขณะนั้นรถที่ชนมีความเร็วลดน้อยลงไปแล้ว ทำให้ผู้ถูกชนล้มลงมาไม่ถึงตัวรถ(มักจะล้มลงมาตรงหน้ารถ) และหยุดนิ่งอยู่ รถซึ่งรถความเร็วลงแล้วแต่ยังไม่หมดความเร็ว (โดยอาจจะเหลือสัก 20กม./ชม.)แล่นทับไปบนตัวผู้บาดเจ็บอีกทีหนึ่ง

4.บาดแผลจากรถอื่นทับหรือชนซ้ำ
หลังการชนเกิดขึ้นและรถมีความเร็วพอ ผู้ถูกชนจะกระเด็นลงข้างหรือหลังรถก็ตาม รถที่คันอื่นที่วิ่งตามหรือสวนมาก็ดี อาจจะชนหรือทับแล้วแต่กรณี ทำให้การแปลผลจากบาดแผลเกิดความยุ่งยาก จึงต้องมีข้อมูลของการเกิดเหตุโดยการสอบสวนสืบสวนหรือสภาพแวดล้อมโดยละเอียดด้วย
ถ้าพบบาดแผลผู้ตายเกิดจากถูกรถทับอย่างเดียว แสดงว่าผู้ตายน่าจะนอนอยู่บนถนนขณะถูกทับ

บาดแผลจากอุบัติเหตุจราจร
- เกิดบริเวณใดก็ได้ ขึ้นอยู่กับการถูกชน ถูกเฉี่ยว หรือ ถูกทับ
- มักมีบาดแผลหลายแห่ง (ถูกจุดปะทะ ถูกทับ ถูกครูดฯลฯ)
- บาดแผลมักทะลุเสื้อผ้า
- ไม่มีบาดแผลแห่งการป้องกันตัว
- มักเป็นบาดแผลประเภทเดียวกัน(ถูกของแข็งไม่มีคม)


II การตายที่ผู้ตายเป็นผู้ขับขี่หรือโดยสารรถยนต์ (Driver and Passenger)
โดยทั่วไปการตรวจผู้ตายที่เป็นผลของอุบัติเหตุทางจราจรนั้นแพทย์ต้องวางวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้
1. เพื่อหาสาเหตุตาย
2. เพื่อยืนยันว่าผู้ตายตายจากการบาดเจ็บในการเกิดอุบัติเหตุ ไม่ใช่จากสาเหตุแอบแฝงอื่น ๆ
3. เพื่อบอกความรุนแรงของการบาดเจ็บ
4. เพื่อหาโรคหรือเหตุแฝงอื่น ๆ ที่อาจมีส่วนที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ
5. เพื่อตรวจหาอาชญากรรมที่แอบแฝงในอุบัติเหตุ
6. เพื่อบันทึกข้อมูลทุกประการเพื่อใช้ในทางขบวนการยุติธรรมหรือฝ่ายปกครอง
7. เพื่อยืนยันบุคคลโดยเฉพาะกรณีมีไฟไหม้ระหว่างอุบัติเหตุ
ซึ่งการบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าวโดยเฉพาะอย่างยิ่งในข้อ 2 และ 5 นั้น ต้องประกอบการสอบสวนโดยละเอียดด้วย และกรณีผู้ตายอยู่ในห้องโดยสารควรบอกได้ว่าผู้ใดเป็นผู้ขับขี่

บาดแผลของผู้อยู่ในห้องโดยสารเกิดได้จาก
1. กระทบกระแทกกับสิ่งต่าง ๆ ภายในห้องโดยสาร
2. กระทบกระแทกกับสิ่งต่าง ๆ ภายนอกที่ทะลุเข้ามาในห้องโดยสาร
3. โดยส่วนของร่างกายหลุดออกไปนอกห้องโดยสาร
4. ไฟไหม้

สาเหตุที่ทำให้เกิดรถยนต์ชนกันหรือชนสิ่งใด
1. สาเหตุที่พบมากเป็นอันดับที่หนึ่งในอเมริกา และอาจเป็นทุกแห่งในโลกรวมทั้งประเทศไทย คือ การที่ผู้ขับขี่ดื่มสุรา (ประมาณ 50 % ของผู้ตาย) หรือยาซึ่งอาจเป็นยาเสพติด เช่น ยาบ้า หรือยาอื่น ๆ ที่แพทย์สั่งแต่มีผลทำให้เกิดความง่วงหรือกดประสาท ทำให้ความสามารถในการขับรถลดน้อยลง
2. ลักษณะการขับรถ การขับรถไม่ระมัดระวัง การขับเร็ว หลับใน ซึ่งลักษณะการขับรถมีส่วนเกี่ยวพันกับการใช้สุราอีกเช่นกัน
3. สภาพแวดล้อมอื่น ๆ เช่นสภาพถนนลื่น , คอสะพานยุบ
4. โรคประจำตัวของผู้ขับขี่ เช่น โรคหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน , โรคลมบ้าหมู ฯลฯ ที่มีอาการเฉียบพลัน

ลักษณะการเกิดอุบัติเหตุของรถยนต์แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ
1. ชนทางด้านหน้า (FRONT IMPACT CRASHES)
2. ชนทางด้านข้าง (SIDE IMPACT CRASHES)
3. รถพลิกคว่ำ (ROLLOVERS)
4. ชนทางด้านหลัง (REAR IMPACT CRASHES)

1. ชนทางด้านหน้า (FRONT IMPACT CRASHES) (HEAD - ON CRASHES)
เป็นลักษณะที่พบบ่อยและพบเป็น 55 % ของการตายจากอุบัติเหตุจราจรบน High way เมื่อรถยนต์ชนต่อสิ่งใดข้างหน้าและหยุดหรือลดความเร็วอย่างรวดเร็ว ร่างกายของผู้ขับขี่และผู้โดยสารถ้าไม่ได้ยึดเหนี่ยวกับอะไรจะยังคงเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยความเร็วเท่าเดิม ผลก็คือร่างกายจะปะทะกับสิ่งต่าง ๆในรถซึ่งอยู่เบื้องหน้าเช่น
ในกรณีผู้ขับขี่ ศีรษะและใบหน้าอาจปะทะกับกระจกหน้ารถหรือขอบกระจก หรือหลังคารถส่วนใกล้กระจก อาจมีแผลถลอก ช้ำ และฉีกขาด ตั้งแต่หน้าผาก จมูก ใบหน้าถึงปลายคาง และอาจเป็นแผลฉีกขาดเล็ก ๆ จากถูกเศษกระจกหน้ารถแตกฝังเข้าไปในบาดแผล
ส่วนคออาจจะมีกระดูกคอหักหรือเคลื่อนจากฐานกะโหลก
ทรวงอกและลำตัวอาจกระแทกกับพวงมาลัย และที่สำคัญคือ แกนพวงมาลัยทำให้หัวใจปอดฉีกขาดอยู่ภายในช่องอกได้ การผลิตแกนพวงมาลัยที่ยุบตัวได้ลดอันตรายลง 12 %
กระดูกขา ต้นขา จนถึงกระดูกเชิงกรานแตกหักได้จากการกระแทกกับพื้นรถ
นอกจากนั้น ถ้าการชนรุนแรงของเครื่องยนต์อาจถูกดันเข้ามากระแทกผู้โดยสารหรือผู้ขับขี่ในรถได้ทำให้บดลำตัวตั้งแต่ช่วงอกลงมาถึงช่วงล่างของลำตัวได้ ในกรณีถึงแม้ว่าจะคาดเข็มขัดนิรภัยก็อาจไม่สามารถป้องกันชีวิตได้ หรือวัตถุอื่นใด เช่น เสาไฟ หรือเศษส่วนของที่ชนหักตำเข้ามาในห้องผู้โดยสาร ทำให้เกิดบาดแผลเสียชีวิตได้ (ซึ่งการคาดเข็มขัดนิรภัยก็ไม่ช่วยเช่นกัน)
สำหรับผู้โดยสารที่ไม่ได้คาดเข็มขัดก็จะเกิดลักษณะเดียวกัน แต่จะไม่มีบาดแผลของพวงมาลัยหรือแกนพวงมาลัย ในขณะที่ผู้โดยสารทางด้านหลังจะได้รับบาดเจ็บจากการกระแทกเข้ากับด้านหลังของที่นั่งคนขับหรือที่นั่งผู้โดยสารข้างหน้า การบาดเจ็บก็อาจจะน้อยกว่ากันมาก เชื่อว่าการคาดเข็มขัดนิรภัยลดอัตราตายลงถึง 46 % และลดอัตราการบาดเจ็บสาหัสลง 40 - 70 %
ถ้าผู้โดยสารและผู้ขับขี่ทุกคนคาดเข็มขัดนิรภัย และการชนไม่ทำให้ห้องโดยสารยุบตัวเข้ามา เครื่องยนต์หรือแกนพวงมาลัยไม่กระแทกกลับเข้ามา และไม่มีสิ่งแปลกปลอมภายนอกตำเข้ามา ทุกคนอาจจะได้รับแต่รอยถลอกเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น

2. การชนทางด้านข้าง (SIDE IMPACT CRASHES)
การชนทางด้านข้างมักเกิดขึ้นตามทางแยก รถถูกชนทางด้านใดการบาดเจ็บของผู้อยู่ในรถจะมากทางด้านนั้น การกระทบกระแทกทางด้านข้างสามารถทำให้อวัยวะ ภายในช่องอกช่องท้องฉีกขาดได้เท่า ๆ กับการชนกันทางด้านหน้า แต่การชนด้านข้างนั้นผู้ที่อยู่ด้านตรงข้ามจะมีเพื่อนที่นั่งอยู่ด้านที่ถูกชนเป็นกันชนให้อีกต่อหนึ่ง การบาดเจ็บ มักจะน้อยกว่าเพื่อนที่นั่งอยู่ด้านที่ถูกชนมาก
การถูกชนทางด้านข้างนั้นเข็มขัดนิรภัยไม่สามารถป้องกันอันตรายได้มากเท่ากับการชนทางด้านหน้า การเสริมความแข็งแรงทางด้านข้างของรถจึงเป็นเรื่องที่จะต้อง ดำเนินการในรถทุกคัน
การบาดเจ็บในกรณีที่รถเกิดไถลหรือเสียการทรงตัวแล้วปะทะกับของที่อยู่กับที่ เช่น ต้นไม้ หรือเสาไฟฟ้า ทางด้านข้างนั้น บางครั้งผู้ที่นั่งอยู่ด้านนั้นตัวหรือศีรษะจะ พุ่งออกไปชนต้นไม้หรือเสาไฟฟ้านั้น ทางหน้าต่างแล้วจึงตกกลับลงมานั่งที่เดิมก็ได้

3. รถพลิกคว่ำ (ROLLOVERS)
รถพลิกคว่ำนั้นผู้อยู่ในรถมี่อัตราตายสูงอันตรายเกิดขึ้นจากการยุบตัวของหลังคา การที่ส่วนของลำตัวหรือทั้งตัวหลุดออกไปนอกรถและการที่อาจจะมีอะไร ภายนอกทิ่มตำเข้ามาภายในห้องโดยสารโดยเฉพาะอย่างยิ่งพลิกหลายตลบ
การคาดเข็มขัดนิรภัยในกรณีรถพลิกคว่ำจะช่วยลดอัตราตายและอัตราการบาดเจ็บได้มากโดยป้องกันไม่ให้ร่างกายหรือส่วนของร่างกายหลุดออกไปนอกรถ และยึดร่างกายไม่ให้พุ่งไปกระทบกระแทกส่วนต่าง ๆ ภายในห้องโดยสารระหว่างการพลิก
กรณีรถพลิกคว่ำนี้ทุกคนในห้องโดยสารมีโอกาสได้รับอันตรายเท่า ๆ กัน และการบาดเจ็บในกรณีนี้ไม่มีลักษณะเด่นชัด เนื่องจากจะกระแทกได้ทั้งคันรถ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรถพลิกหลาย ๆ ตลบ

4 การชนทางด้านท้าย (REAR IMPACT CRASHES)
การบาดเจ็บที่เกิดจากการถูกชนท้ายนั้นมักไม่ค่อยเป็นอันตรายถึงชีวิต เนื่องจากรถที่ถูกชนท้ายได้รับการบังจากท้ายรถและที่นั่ง อันตรายที่พบคือ อันตรายจากกระดูกคอเคลื่อน ซึ่งหลังจากการประดิษฐ์ที่นั่งที่มีหมอนรองคอแล้วอุบัติการณ์ดังกล่าวลดน้อยลงไปมาก อันตรายจากการถูกชนท้ายอีกอย่างคือ อาจจะเกิดไฟลุกไหม้เนื่องจากถังน้ำมันมักจะอยู่ทางด้านท้ายรถ
การแบ่งการชนออกเป็น 4 ประเภทนั้น เป็นการแบ่งเพื่อให้เห็นพยาธิสภาพว่าการชนแต่ละแบบน่าจะมีพยาธิสภาพอย่างไร ซึ่งในอุบัติเหตุจริง ๆ นั้น รถยนต์คันใดคันหนึ่งที่เกิดอุบัติเหตุอาจจะลักษณะทั้ง 4 ประการก็ได้ เช่น รถถูกชนท้ายทำให้พลิกคว่ำหลายตลบแล้วชนกับเสาไฟฟ้าทางด้านหน้า จากนั้นรถเหวี่ยงไปกระแทกเสา ไฟฟ้าอีกต้นหนึ่ง ทางด้านคนขับและไฟลุกไหม้ เป็นต้น อาการบาดเจ็บก็จะมีทุกอย่างตามที่กล่าวแล้วข้างต้น

เมื่อรถไฟชนรถยนต์
เมื่อรถไฟชนรถยนต์ การชนมักจะเป็นการชนทางด้านข้าง ลักษณะการบาดเจ็บก็เหมือนถูกชนข้างใดข้างหนึ่ง แต่บางครั้งเมื่อรถไฟชนแล้ว รถยนต์อาจถูกลากไปทำให้พลิกคว่ำ แล้วกระแทกด้านหน้าได้เช่นกัน ลักษณะบาดแผลและการบาดเจ็บ ปรากฏบาดแผลรวมของการชนทุกประเภท

การฆ่าตัวตายโดยการขับรถยนต์ชน
การฆ่าตัวตายโดยวิธีนี้พบน้อย มักจะมีลักษณะขับชนสิ่งของที่อยู่ทางด้านหน้า ซึ่งการศึกษาแนวล้อจะสังเกตได้ชัดเจนว่าระยะทางที่ลงจากถนนเพื่อชนสิ่งนั้น ๆ ยาวพอที่ผู้ขับขี่จะหักรถกลับหลบออกมาได้แต่ไม่ได้กระทำ บางครั้งเราโทษว่าหลับในหรือเมาทั้ง ๆ ที่อาจเป็นการฆ่าตัวตายก็ได้
ในการฆ่าตัวตายก็จะต้องเหมือนการพยายามฆ่าตัวตายในรายทั่วไป คือมักมีการพยายามฆ่าตัวตายมาก่อน หรือมีเรื่องเศร้าเสียใจมาก่อนหน้านี้ และอาจจะมีจดหมาย ลาตายด้วย

การระบุผู้ขับขี่
ในบางครั้งอาจจะมีความจำเป็นทางกฎหมายที่จะระบุว่าใครเป็นผู้ขับขี่ จากการตรวจร่องรอยการถูกชนของรถ และการบาดเจ็บ อาจจะพอสันนิษฐานได้ว่าผู้ใดน่าจะเป็น ผู้ขับขี่ได้ ตามที่กล่าวมาแล้ว

การตรวจแอลกอฮอล์และสารพิษ
ในการเกิดรถชนกันนั้น ผู้บาดเจ็บเมื่อส่งเข้าโรงพยาบาลเพื่อทำการรักษา แพทย์มักมิได้ตรวจแอลกอฮอล์หรือสารเสพติด หรือยา ในผู้บาดเจ็บ แต่นิติพยาธิแพทย์ต้องตรวจในผู้ตาย จึงเป็นการไม่ยุติธรรมอย่างยิ่ง ซึ่งผู้ขับขี่ชนรถอีกคันหนึ่ง ทั้งที่น่าจะเป็นผู้ผิด กลับไม่ได้รับการตรวจแอลกอฮอล์เพราะไม่ตายและแพทย์ทำการรักษาพยาบาล แต่ผู้ตายซึ่งเป็นฝ่ายถูกกลับถูกเจาะพบแอลกอฮอล์ในเลือดเล็กน้อย กลายเป็นผู้ขับรถประมาทไป
ฉะนั้น ขอเรียกร้องให้ดำเนินการตรวจผู้ตายและคู่กรณี โดยเฉพาะคนขับในกรณีอุบัติเหตุรถชนกันและมีผู้เสียชีวิต

การคาดเข็มขัดนิรภัย
การคาดเข็มขัดนิรภัยจะช่วยยึดร่างกายของผู้ขับขี่ติดกับที่นั่งทำให้ไม่เคลื่อนตัวไปข้างหน้า กรณีรถชนทางด้านหน้า และป้องกันไม่ให้ร่างการหรือส่วนใดส่วนหนึ่งออกนอกรถ ถ้ารถมีห้องโดยสารที่แข็งแรง หรือมีร่วมกับการใช้ถุงลมอัตโนมัติการชนทางด้านหน้าหรือการพลิกคว่ำที่ไม่มีอะไรทิ่มแทงเข้ามายังห้องโดยสาร(เครื่องยนต์ที่ถูกกระแทกเข้ามา หรือ เสาไฟ หรือตอไม้ที่ทะลุเข้ามา ) แล้ว เข็มขัดนิรภัยจะลดอัตราตายและอัตราการบาดเจ็บเป็นอย่างมาก

III ผู้ตายเป็นผู้ขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์ (Motorcycle Accidents)
“ซื้อรถจักรยานยนต์เป็นของขวัญวันเกิดครั้งสุดท้ายให้ลูก”
“Buy your son a motorcycle for his last birth day”
ประโยคนี้เป็นการบรรยายอันตรายที่เกิดจากการขับขี่รถจักรยานยนต์ได้ดีที่สุด และวลีไทยที่ว่าเนื้อหุ้มเหล็กก็ถูกอีกเช่นกัน
จำนวนศพที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุจราจรที่เข้ามายังสถาบันนิติเวชวิทยา ร้อยละกว่า90ที่เป็นการตายจากการขับขี่หรือโดยสารรถจักรยานยนต์
เมื่อรถจักรยานยนต์เกิดอุบัติเหตุ บาดแผลที่เกิดขึ้นมักรุนแรง เนื่องจากเมื่อเกิดอุบัติเหตุชนสิ่งใด ตัวผู้ขับขี่กับผู้ซ้อนท้ายจะพุ่งกระเด็นไปด้วยความเร็วเท่ากับความเร็วของรถ ร่างกายจะปะทะทุกอย่างที่ขวางหน้าหรือขวางตัว ทำให้เกิดการบาดเจ็บที่ไม่สามารถคาดเดาได้ การใส่เสื้อหนาๆเช่นแจ๊กเก็ตหนัง อาจจะช่วยป้องกันการครูดถลอกของ ผิวหนังได้แต่ไม่สามารถป้องกันการบาดเจ็บจากการกระแทกได้
การใส่หมวกกันน็อคก็สามารถป้องกันอันตรายได้ส่วนหนึ่งเท่านั้น ผู้เขียนเคยเห็นผู้ขับมอเตอร์ไซด์ ถูกรถสิบล้อทับหมวกกันน็อคและกะโหลกแตกทั้งๆที่หมวกยังใส่อยู่บนหัว
ในรายที่ใส่หมวกกันน็อค ต้องตรวจหมวกด้วยเพื่อดูบริเวณที่หมวกบุบเพื่อเปรียบเทียบกับบาดแผลและการบาดเจ็บ
ลักษณะการบาดเจ็บของร่างกายจะไม่มีความจำเพาะใดใด และไม่มีรูปแบบ บาดแผลจะขึ้นอยู่กับสิ่งที่ไปปะทะ อาจจะพุ่งชนต้อไม้คอหัก อาจจะพุ่งตกลงไปในน้ำแล้วจมน้ำ อาจจะถูกรถคันอื่นชนแล้วลากไป อาจจะถูกทับจนบี้แบน อาจจะถูกเหล็กแหลมข้างทาง อาจจะถูกเส้นลวดที่ขึงดักไว้คอขาดฯลฯ การบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เกิดที่ศีรษะประมาณ 75%
ในผู้ซ้อนท้ายการบาดเจ็บมักเกิดจากการตกลงไปทางด้านหลังอาจจะเกิดศีรษะฟาดพื้น มีการบาดเจ็บที่ท้ายทอย และสมอง แต่ในกรณีที่ขับด้วยความเร็วสูงการกระเด็นกระดอนหลังการชนอาจจะคล้ายกับในผู้ขับขี่หรือรุนแรงกว่าก็ได้
การตรวจแอลกอฮอล์ควรทำในผู้ขับขี่ทุกราย เพื่อให้ความยุติธรรมต่อคู่กรณี

ที่มา http://www.ifm.go.th
/Charcoal/
/Charcoal/
ผู้รวบรวมความจริง
ผู้รวบรวมความจริง
จำนวนข้อความ : 2223
ชื่อเสียง&น้ำใจ ชื่อเสียง&น้ำใจ : 171
วันเกิด : 02/03/1920

อุบัติเหตุจราจร (TRAFFIC ACCIDENT) Empty Re: อุบัติเหตุจราจร (TRAFFIC ACCIDENT)

on Sun Nov 11, 2012 8:14 pm
Bazinga punk!
อุบัติเหตุจราจร (TRAFFIC ACCIDENT) Tumblr_md8zyi57f61rkss1po1_500

This dice is not existing.

____________________
อุบัติเหตุจราจร (TRAFFIC ACCIDENT) 63519571501220311213
"TO LEAD MY COMRADES TO VICTORY WITHOUT FAIL.  THAT IS MY FIGHT." (Mavis 304:17)
Lightdramon
Lightdramon
ผู้รวบรวมความจริง
ผู้รวบรวมความจริง
จำนวนข้อความ : 1674
ชื่อเสียง&น้ำใจ ชื่อเสียง&น้ำใจ : 97
วันเกิด : 01/01/1992
งานอดิเรก งานอดิเรก : ดูอนิเม,ซีรีย์,ฟังเพลง,ดูทีวี,อ่านหนังสือ

อุบัติเหตุจราจร (TRAFFIC ACCIDENT) Empty Re: อุบัติเหตุจราจร (TRAFFIC ACCIDENT)

on Sun Nov 11, 2012 9:32 pm
Beauty Kick!
อุบัติเหตุจราจร (TRAFFIC ACCIDENT) Tumblr_mcxnoasbua1qbj9ngo4_250

This dice is not existing.

____________________
ริวจิ & เฟอร์นิก้า

อุบัติเหตุจราจร (TRAFFIC ACCIDENT) 7c2d40d2d30cddf69378a91acca47402  อุบัติเหตุจราจร (TRAFFIC ACCIDENT) Anigifrr22

อุบัติเหตุจราจร (TRAFFIC ACCIDENT) Anigifrr33  อุบัติเหตุจราจร (TRAFFIC ACCIDENT) 8a1626cacb7e35102749c49569f8eaf2
Rightman
Rightman
นักผจญภัยที่ใหญ่ยิ่ง
นักผจญภัยที่ใหญ่ยิ่ง
จำนวนข้อความ : 374
ชื่อเสียง&น้ำใจ ชื่อเสียง&น้ำใจ : 23
วันเกิด : 01/04/1995
งานอดิเรก งานอดิเรก : มากมาย

อุบัติเหตุจราจร (TRAFFIC ACCIDENT) Empty Re: อุบัติเหตุจราจร (TRAFFIC ACCIDENT)

on Mon Nov 12, 2012 10:22 am
"ฟรีด้อม บีมชู้ตติ้ง"
อุบัติเหตุจราจร (TRAFFIC ACCIDENT) Tumblr_mcwbwpKlVL1rjxyrgo6_250
This dice is not existing.
milnears
milnears
นักท่องเที่ยวสุดขอบฟ้า
นักท่องเที่ยวสุดขอบฟ้า
จำนวนข้อความ : 168
ชื่อเสียง&น้ำใจ ชื่อเสียง&น้ำใจ : 19
วันเกิด : 01/04/1997
งานอดิเรก งานอดิเรก : อ่านหนังสือ,เล่นเกมส์,วาดรูป

อุบัติเหตุจราจร (TRAFFIC ACCIDENT) Empty Re: อุบัติเหตุจราจร (TRAFFIC ACCIDENT)

on Mon Nov 12, 2012 4:49 pm
เจอหมัดลูฟี่เข้าหน่อยเป็นไง!!!!

อุบัติเหตุจราจร (TRAFFIC ACCIDENT) Tumblr_m93ulhzGNE1rs64k3o2_500

This dice is not existing.
E'numnim
E'numnim
นักผจญภัยที่ใหญ่ยิ่ง
นักผจญภัยที่ใหญ่ยิ่ง
จำนวนข้อความ : 431
ชื่อเสียง&น้ำใจ ชื่อเสียง&น้ำใจ : 80
วันเกิด : 11/02/1998
งานอดิเรก งานอดิเรก : อ่านนิยาย

อุบัติเหตุจราจร (TRAFFIC ACCIDENT) Empty Re: อุบัติเหตุจราจร (TRAFFIC ACCIDENT)

on Mon Nov 12, 2012 5:58 pm
pleassss

อุบัติเหตุจราจร (TRAFFIC ACCIDENT) Soul32qu5

This dice is not existing.
ขึ้นไปข้างบน
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ