EDS แคมป์ที่พักของสายลับหน้าใหม่
ยินดีต้อนรับเข้าสู่EDS แคมป์ที่พักของสายลับหน้าใหม่ สถานที่รวบรวมบุคคลหน้าแปลก เอ้ย แปลกหน้าที่รักการผจญภัย อยากรู้อยากเห็น และสนุกไปกับแชทกับผู้คนมากมาย ลองสมัครแล้วมาเป็นสมาชิกด้วยกันสิ ^ ^

Go down
Patile
Patile
ผู้บุกเบิกสร้างแคมป์
จำนวนข้อความ : 10479
ชื่อเสียง&น้ำใจ ชื่อเสียง&น้ำใจ : 364
วันเกิด : 28/12/1976
งานอดิเรก งานอดิเรก : รดน้ำต้นไม้

ปริศนารหัส STENDEC Empty ปริศนารหัส STENDEC

on Mon Mar 31, 2014 10:12 am



ก่อนหน้าที่เครื่องบินพาณิชย์บรรทุกผู้โดยสารและลูกเรือ 11 ชีวิตจะอันตรธานหายไปอย่างลึกลับ กัปตันส่งรหัสมอร์ส STENDEC ซึ่งจนถึงปัจุบันนี้เป็นเวลากว่า 60 ปีแล้วก็ยังไม่มีใครรู้ความหมายของคำคำนี้

การหายไปอย่างไร้ร่องรอยของเครื่องบินพาณิชย์สายการบิน British South American Airways (BSAA) บนเทือกเขาแอนดีส ประเทศอาร์เจนตินา ส่งผลให้กองทัพส่งกำลังทหารเข้าตรวจค้นพื้นที่ทุกตารางนิ้ว แต่กลับไม่พบเศษซากเครื่องบินแม้แต่น้อยเหมือนกับว่าเครื่องบินทั้งลำละลายหายไปในอากาศ ทำให้เกิดเสียงร่ำลือว่าเครื่องบินลำนี้ถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวไป

ปริศนารหัส STENDEC F12858534-0

วันที่ 2 สิงหาคม 1947 เครื่องบินสตาร์ดัสต์ ของสายการบิน British South American Airways ออกเดินทางจากสนามบินเมืองบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา มุ่งหน้าสู่เมืองซานติอาโก ประเทศชิลี โดยมี เรจินัลด์ คุ๊ก (Reginald Cook) ทำหน้าที่เป็นกัปตัน

เครื่องบินสตาร์ดัสต์ เป็นเครื่องบินสมรรถนะสูง ดัดแปลงมาจากเครื่องบินทิ้งระเบิดแอฟโร่ แลงคาสเตอร์ ที่ใช้ในสงครามโลกครั้งที่ 2 กัปตันเรจินัลด์ คุ๊ก เป็นอดีตนักบินเครื่องบินทิ้งระเบิดของกองทัพอากาศอังกฤษ มีความเชี่ยวชาญในการขับเครื่องบินประเภทนี้เป็นพิเศษ ทำให้ความปลอดภัยในการเดินทางครั้งนี้อยู่ในขั้นสูง

ผู้โดยสาร 6 คนประกอบไปด้วยสองนักธุรกิจชาวอังกฤษ แจ็ค กู้ดเดอร์แฮม และฮารัลด์ เพจห์ เจ้าหน้าที่บริษัทผลิตยางรถยนต์ดันล็อป ปีเตอร์ ยัง ซึ่งเขาผู้นี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นครูฝึกของเจ้าชายมิกาเอลแห่งโรมาเนีย คาซิส ซาอิด อตาลาฮ์ ชาวปาเลสไตน์ เดินทางไปเยี่ยมมารดาที่ป่วยหนัก มีข่าวลือว่าคาซิสนำเพชรพลอยจำนวนมากแอบติดตัวไปด้วยโดยเย็บติดไว้กับด้านในเสื้อคลุม

ปริศนารหัส STENDEC F12858534-1

พอล ซิมป์สัน คนเดินพระราชสาสน์ ชาวอังกฤษ ซึ่งเชื่อว่าเขามีเอกสารสำคัญนำส่งสถานทูตอังกฤษในเมืองซานติอาโก และผู้โดยสารคนสุดท้ายคือหญิงชราชาวเยอรมัน มาร์ธา ลิมเพิร์ต เธอติดอยู่ในอาร์เจนตินาตั้งแต่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2

ข้อมูลส่วนตัวของผู้โดยสารแต่ละคนทำให้เกิดทฤษฏีว่าหนึ่งในจำนวนผู้โดยสารกลุ่มนี้อาจเป็นเป้าหมายของการลอบสังหารเช่นนักธุรกิจชาวอังกฤษที่กุมความลับทางธุรกิจบางอย่างเอาไว้ หรือต้องการปล้นเพชรพลอยของคาซิส หรือก่อวินาศกรรมเพื่อทำลายเอกสารสำคัญที่จะนำส่งไปยังสถานทูตในเมืองซานติอาโก หรือความใกล้ชิดกับราชวงศ์โรมาเนียเป็นต้นเหตุ หรือต้องการสังหารหญิงชราเพราะเป็นสายลับเยอรมัน อย่างไรก็ตาม ก็ไม่มีหลักฐานใดๆสนับสนุนข้อสันนิษฐานเหล่านี้

สตาร์ดัสต์ออกเดินทางเวลา 13.46 น. มีกำหนดลงจอดสนามบินเมืองซานติอาโกในเวลา 17.45 น. ของวันเดียวกัน เวลา 17.41 น. กัปตันส่งรหัสมอร์ส STENDEC ไปยังศูนย์ควบคุมการบินภาคพื้นดิน ไม่มีใครรู้ความหมายของคำคำนี้ และไม่มีคำย่ออยู่ในสารบบการสื่อสารทางการบิน เจ้าหน้าที่ภาคพื้นดินจึงขอให้กัปตันทวนข้อความ ซึ่งกัปตันเรจินัลด์ได้ส่งข้อความเดิม STENDEC มาอีก 2 ครั้ง หลังจากนั้นเครื่องบินสตาร์ดัสต์ก็หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย

หลังจากไม่สามารถสื่อสารกับเครื่องบินสตาร์ดัสต์ได้และมันก็ไม่ได้ลงจอดที่สนามบินซานติอาโก ทางการอาร์เจนตินาและชิลีจึงส่งกำลังทหารออกค้นหา ณ จุดสุดท้ายที่ได้รับการติดต่อคือเทือกเขาแอนดีส ประเทศอาร์เจนตินา การค้นหาดำเนินอยู่ 5 วันโดยไม่พบร่องรอยอะไรแม้แต่น้อย

เครื่องบินสตาร์ดัสต์พร้อมลูกเรือ 5 คน และผู้โดยสาร 6 คน หายสาบสูญไปเฉยๆ ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานมากมาย หากเกิดอุบัติเหตุอย่างน้อยกัปตันก็ต้องรู้ตัวล่วงหน้า มีเวลามากพอที่ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ SOS ซึ่งสั้นและง่ายกว่าส่งรหัส STENDEC อีกทั้งหากเกิดอุบัติเหตุก็ควรจะพบเศษซากเครื่องบินบ้าง

เรื่องราวของเครื่องบินสตาร์ดัสต์เป็นปริศนาอยู่นานกว่า 50 ปี จนกระทั่งในปี 1998 นักปีนเขา 2 คน พบซากเครื่องยนต์มีตัวอักษร OLLS-ROYCE ประทับอยู่ บนยอดเขาทูปันกาโต้ ที่ความสูง 15,000 ฟุต ห่างจากจุดที่กัปตันแจ้งพิกัดเป็นครั้งสุดท้ายถึงกว่า 50 กม. แม้ว่าบริเวณนี้จะเป็นที่ห่างไกลผู้คน แต่มันก็เป็นเส้นทางที่นักปีนเขาใช้บ่อยๆตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมาก็น่าจะมีคนเห็นมันบ้าง ทำไมจึงไม่มีใครเห็นมันก่อนหน้านี้

กองทัพอาร์เจนตินาส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจทันทีที่ได้รับแจ้ง หากแต่ต้องเผชิญกับพายุหิมะบนยอดเขาสูง ทำให้การค้นหายุติลง และกว่าจะเตรียมตัว จัดทีมค้นหาส่งขึ้นไปอีกครั้งก็ล่วงเข้าเดือนมกราคม 2000 โดยใช้ลาภูเขากว่า 100 ตัวขนเสบียงและสิ่งของจำเป็น แต่ด้วยสภาพอากาศที่เลวร้ายทำให้ลาภูเขาหลายตัวล้มตายก่อนจะถึงจุดหมาย ทำให้เสบียงมีเพียงพอสำหรับทีมค้นหาเพียง 4 วันเท่านั้น

ปริศนาของเครื่องบินสตาร์ดัสต์เริ่มกระจ่างขึ้น สภาพเครื่องยนต์ระบุว่ามันทำงานปรกติจนกระทั่งเครื่องบินตก ล้อหน้าของเครื่องบินยังคงมีลมยางในสภาพสมบูรณ์ จากการตรวจ DNA ในภายหลังยืนยันศพผู้เคราะห์ร้ายทุกร่างเป็นลูกเรือและผู้โดยสารสตาร์ดัสต์

ปริศนาแรกคือ ทำไมถึงไม่พบซากเครื่องบินก่อนหน้านี้ ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะสภาพอากาศอันเลวร้ายของยอดเขาทูปันกาโต้มีพายุหิมะตลอดทั้งปี ทำให้ซากเครื่องบินถูกฝังกลบอยู่ใต้กองหิมะ อีกทั้งมันยังอยู่ห่างจากจุดที่ได้รับแจ้งจากนักบินถึงกว่า 50 กม. ซึ่งข้อเท็จจริงนี้นำไปสู่ปริศนาใหม่ว่าทำไมเครื่องบินจึงออกนอกเส้นทาง

ปริศนารหัส STENDEC F12858534-3

จากข้อมูลที่มีอยู่สันนิษฐานได้ว่าในวันเกิดเหตุกัปตันเรจินัลด์เผชิญกับพายุฝนก่อนถึงเทือกเขาแอนดีส เขาจึงตัดสินใจไต่เพดานบินขึ้นไปที่ระดับความสูง 24,000 ฟุต ซึ่งสตาร์ดัสต์เป็นหนึ่งในเครื่องบินเพียงไม่กี่ลำในโลกที่สามารถไต่เพดานบินได้สูงขนาดนั้นในสมัยนั้น

การไต่เพดานบินขึ้นสูงเป็นวิธีการหลบพายุโดยบินสูงกว่าก้อนเมฆและหลบยอดเขาสูงบนเทือกเขาแอนดีส โดยเฉพาะยอดเขาทูปันกาโต้ ที่มีความสูงถึง 21,555 ฟุต เนื่องจากสตาร์ดัสต์ไม่สามารถปรับความกดอากาศภายในห้องโดยสารที่ความสูงขนาดนั้นได้ พนักงานต้อนรับจึงแจ้งให้ผู้โดยสารสวมเครื่องช่วยหายใจ

ในละแวกนั้นไม่มีเรดาห์นำทางภาคพื้นดินและแน่นอนว่าสมัยนั้นยังไม่มีเครื่องบอกตำแหน่ง GPS กัปตันเรจินัลด์ใช้ความสามารถส่วนตัวคำนวณตำแหน่งจากการใช้เข็มทิศ นาฬิกาจับเวลาและความเร็วที่ใช้ขณะบิน หลังจากที่ผ่านพ้นกลุ่มเมฆหนาทึบและคิดว่าน่าจะผ่านพ้นแนวเทือกเขาแอนดีสแล้ว กัปตันเรจินัลด์จึงลดระดับลง

สิ่งหนึ่งที่นักบินสมัยนั้นส่วนใหญ่ไม่รู้จักคือ “กระแสลมกรด” มันคือกระแสลมที่มีความเร็วสูงระหว่าง 100-250 ไมล์ต่อชั่วโมง กระแสลมกรดอยู่ในชั้นบรรยากาศระดับความสูงประมาณ 20,000 ฟุต มันจะต้านเครื่องบินทำให้ความเร็วของเครื่องบินลดลง นักบินสมัยนั้นยังไม่รู้จักกระแสลมกรดเพราะเครื่องบินในสมัยนั้นบินได้ไม่สูงมาก จะมีเครื่องบินเพียงไม่กี่ลำเท่านั้นที่ไต่เพดานบินได้สูงถึง 20,000 ฟุต


ปริศนารหัส STENDEC F12858534-4

กระแสลมกรดทำให้กัปตันเรจินัลด์คำนวณระยะทางผิดพลาด เขาเข้าใจว่าได้บินผ่านเทือกเขาแอนดีสไปแล้ว หากแต่ในความเป็นจริงแล้ว สตาร์ดัสต์ยังอยู่บนเทือกเขาแอนดีส เมื่อกัปตันลดเพดานบินลง เครื่องบินจึงพุ่งเข้าชนกับยอดเขาทูปันกาโต้โดยที่กัปตันเองก็ยังไม่รู้ตัวเสียด้วยซ้ำ

ปริศนาเครื่องบินสตาร์ดัสต์ได้รับการเฉลยในที่สุด เหลือแต่เพียงปริศนารหัสมอร์ส STENDEC ยังคงมืดมนอยู่จนถึงปัจจุบัน กัปตันเรจินัลด์ย้ำคำคำนี้ถึง 3 ครั้งก่อนที่จะขาดการติดต่อ ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่ากัปตันเรจินัลด์ต้องการสื่อสารว่าอะไร มันมีความหมายว่าอะไร

ทุกวันนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ยังคงพยายามหาคำตอบ บางคนเชื่อว่ามันคือ anagram หรือคำที่เขียนสลับที่กัน กัปตันต้องการส่งข้อความ DESCENT (ลดระดับ) บางคนก็ว่ามันคือคำย่อของคำว่า Severe Turbulence Encountered Now Descending Emergency Crash-Landing แปลได้ประมาณว่า “เครื่องยนต์ขัดข้อง กำลังลดระดับเพื่อลงจอดฉุกเฉิน” แต่ข้อสันนิษฐานเหล่านี้เลื่อนลอยไม่ต่างกับทฤษฎีลอบสังหารผู้โดยสาร รหัสมอร์ส STENDEC จึงยังคงเป็นปริศนาต่อไป


ปริศนารหัส STENDEC F12858534-5

ที่มา : นิตยสารโลกวันนี้วันสุข ปีที่ 8 ฉบับ 380
คอลัมน์ ร้ายสาระ โดย ศิลป์ อิศเรศ
ขึ้นไปข้างบน
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ