EDS แคมป์ที่พักของสายลับหน้าใหม่
ยินดีต้อนรับเข้าสู่EDS แคมป์ที่พักของสายลับหน้าใหม่ สถานที่รวบรวมบุคคลหน้าแปลก เอ้ย แปลกหน้าที่รักการผจญภัย อยากรู้อยากเห็น และสนุกไปกับแชทกับผู้คนมากมาย ลองสมัครแล้วมาเป็นสมาชิกด้วยกันสิ ^ ^

Go down
/Charcoal/
/Charcoal/
ผู้รวบรวมความจริง
ผู้รวบรวมความจริง
จำนวนข้อความ : 2223
ชื่อเสียง&น้ำใจ ชื่อเสียง&น้ำใจ : 171
วันเกิด : 02/03/1920

ปริศนาหมายเลข 0 Empty ปริศนาหมายเลข 0

on Thu Nov 07, 2013 11:32 pm
เลข 0 สำหรับเราแล้วเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างจะให้ความหมายในเชิงลบ ไม่ใช่แค่ความว่างเปล่าเท่านั้น บางยังมองมันในแง่ของความศูนย์เสียอีกด้วย เชื่อกันไหมว่า ในประวัติศาสตร์ของชาติอเมริกานั้น มีประธานาธิบดีถึง 7 คน ที่ต้องเสียชีวิตในขณะดำรงตำแหน่งเพราะเลข 0

"ประวัติศาสตร์มักจะซ้ำรอย" ถือเป็นอมตะวาจาที่มีคนนิยมพูดกันมากที่สุดประโยคหนึ่ง และการซ้ำรอยดังกล่าวก็มักจะหมายถึงซ้ำรอยในแง่ร้ายมากกว่าในแง่ดี ดังนั้น คำว่าเพื่อป้องกันประวัติศาสตร์ซ้ำรอย จึงเป็นคำพูดยอดนิยมอีกประโยคหนึ่ง ซึ่งเรามักพูดกันในตอนที่เตรียมตัวป้องกันเรื่องร้ายๆอะไรสักอย่าง ซึ่งเคยเกิดขึ้นแล้วในอดีตและมีแนวโน้มว่า เรื่องในทำนองเดียวกันนี้อาจเกิดขึ้นได้ หากเราไม่เตรียมการล่วงหน้า
เหตุการณ์ในประวัติศาสตร์เองก็มีเรื่องที่คล้ายคลึงกันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก เป็นต้นว่าการเปลี่ยนรัชกาลในประเทศจีนโบราณ หรือกรณีของสงครามโลกครั้งที่หนึ่งและครั้งที่สอง หรือแม้กระทั่งการเมืองของไทยเองที่สมัยก่อนเรียกกันว่าวงจรอุบาทว์ สิ่งเหล่านี้ถูกเรียกกันว่ากงล้อแห่งประวัติศาสตร์ เพราะมันวนเวียนเกิดขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนบางทีเราสามารถประเมินเหตุการณ์ในอนาคตจากสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในอดีตได้ แต่การย้อนรอยประวัติศาสตร์เท่าที่มีการบันทึกไว้ คงจะไม่มีตัวอย่างใดน่าทึ่งและน่าพิศวงเท่ากับตัวอย่างของประธานาธิบดีผู้ยิ่งใหญ่สองท่าน คือ จอห์น เอฟ เคนเนดี้ กับ อับราฮัม ลินคอล์น

บางท่านที่สนใจอเมริกันศึกษาหน่อยอาจจะชักงง เอ๊ะ สองท่านนี้เหมือนกันที่ตรงไหน เพราะลินคอล์นเป็นคนค่อนข้างขี้เหร่ เงียบขรึม เยือกเย็น และไม่เจ้าชู้ ในทางกลับกันกับท่าน จอห์น ฟิตซ์เจอรัลด์ เคนเนดี้ ที่หล่อเหลาเอาการ เลือดร้อนจนขึ้นชื่อ ข้อสำคัญ ท่านเคนเนดี้ของเราเจ้าชู้ขนาดคาซโนวายังอาย

แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับประธานาธิบดี 2 ท่านนี้ ช่างคล้ายคลึงกันจนแทบจะแนบเป็นรอยสนิท นี่คือกงล้ออันมหัศจรรย์ของประวัติศาสตร์ที่ถูกเขียนถึงกันมานักต่อนัก เราลองมาดูกันว่า เจ้ากงล้อประวัติศาสตร์ดังกล่าวเนี่ย มันเป็นมาและเป็นไปอย่างไร
ประธานาธิบดีทั้ง 2 ท่าน ถูกลอบสังหารเหมือนๆกัน และการลอบสังหารทั้งสองครั้งนี้ คนร้ายใช้ปืนแถมซัดเข้ากลางหัวเหมือนกันทั้งสองครั้งด้วย ลินคอล์นและเคนเนดี้ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐ ในขณะที่ประเทศเต็มไปด้วยความขัดแย้งอย่างรุนแรง โดยประเด็นหลักอยู่ที่เรื่องของสีผิว

นี่เป็นเพียงส่วนน้อยของความคล้ายกัน ลองอ่านต่อไปอีกนิด แล้วท่านจะเห็นว่าบางทีประวัติศาสตร์ก็เล่นตลกร้ายได้จนขำไม่ออกเหมือนกันแหละ

อับราฮัม ลินคอล์นเดินทางเข้าสู่สภาคองเกรสหรือสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรกในปี ค.ศ. 1847 โดยได้รับเลือกจากประชาชนรัฐอิลลินอยส์ เช่นเดียวกัน... จอห์น เอฟ เคนเนดี้ ก็ได้รับเลือกจากรัฐแมสซาจูเสทเดินทางเข้าสู่สภาคองเกรสในปี ค.ศ. 1947 หรืออีกหนึ่งร้อยปีต่อมาพอดี

อีก 13 ปีให้หลัง ลินคอล์นก็ได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาในปี ค.ศ. 1860 และมันก็ช่างเหมือนกันเหลือเกิน เคนเนดี้ก็ได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีคนที่ 35 ของสหรับอเมริกาในอีก 13 ปีต่อมาหลังจากที่เข้าสภาคองเกรส แต่เป็นปี 1960 ซึ่งห่างกันร้อยปีพอดีเหมือนกัน

ในปี 1856 ที่ประชุมใหญ่ของพรรครีพับลิกันที่เมืองฟิลาเดลเฟีย บุคคลที่ถูกเสนอชื่อให้เข้าคู่ชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีโดยที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนก็คือ อับราฮัม ลินคอล์น ถึงทั้งคู่จะไม่ประสบความสำเร็จในตำแหน่งประธานาธิบดีและรอง แต่อีก 4 ปีต่อมา ลินคอล์นกลับได้รับเลือกให้เป็นผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดี ที่เป็นตัวเต็งอันดับหนึ่ง

นับจากปี 1856 อีกหนึ่งร้อยปีต่อมา เคนเนดี้ของเราได้รับการเสนอชื่ออย่างไม่มีใครคาดคิดมาก่อนให้เข้าร่วมชิงชัยตำแหน่งรองประธานาธิบดี จากที่ประชุมใหญ่ของพรรคเดโมแครทซึ่งจัดขึ้นที่เมืองชิคาโก และก็เป็นไปดังที่ท่าน เคนเนดี้และผู้ร่วมชิงตำแหน่งประธานาธิบดีตกกระป๋องไปเรียบร้อย แต่ประวัติศาสตร์ที่ลอกเลียนตัวเองก็เกิดขึ้นอีกครั้งในอีก 4 ปีต่อมา เมื่อเคนเนดี้ได้รับเลือกเป็นผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเช่นเดียวกับลินคอล์นเมื่อหนึ่งร้อยปีก่อน

บังเอิญหรือ? ก็อาจจะใช่ แต่เราลองมาดูรายละเอียดพวกนี้กันก่อนดีไหมเอ่ย?

ในช่วงต้นของการนับคะแนนเสียงเมื่อปี ค.ศ. 1860 ลินคอล์นมีคะแนนเสียงนำคู่ต่อสู้คือ สตีเฟน เอ. ดักลาส แต่เมื่อผลของคะแนนจากรัฐทางใต้ถูกส่งเข้ามา ลินคอล์นก็เริ่มแพ้ และในที่สุดเขาก็มีคะแนนเสียงเป็นรองดักลาสอยู่เล็กน้อย ตามระบอบการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐจะมีการลงคะแนนเสียงอีกครั้งหนึ่ง โดยการใช้คะแนนเสียงของคณะผู้แทนเลือกประธานาธิบดี ซึ่งเป็นตัวแทนที่ได้รับการเลือกตั้งจากประชนในมลรัฐต่างๆเรียกว่า Electoral College ผลปรากฏว่า อับราฮัม ลินคอล์น ชนะผลการโหวตจากอีเล็คโทรัลคอลเลจ เขาจึงได้เป็นประธานาธิบดีของสหรัฐ ซึ่งเรา(หรือเขา?)เรียกประธานาธิบดีที่ได้รับเลือกในลักษณะนี้ว่า "Minority President"

หันมาดูพ่อเคนเนดี้ของเราบ้าง ในปี 1960 คะแนนเสียงของเคนเนดี้ในช่วงต้นๆนำมาตลอด แต่เมื่อการนับคะแนนจากรับทางใต้ขึ้นกระดาน เคนเนดี้ก็มีแววจะล่องจุ๊น เมื่อการนับคะแนนสิ้นสุดลงปรากฏว่าเคนเนดี้แพ้ popular Vote แต่ก็อีกนั่นแหละ เขากลับไปชนะจากคะแนนเสียงของอีเล็คโตรัลคอลเลจ กลายเป็น "Minority President" เหมือนกับลินคอล์นเปี๊ยบเลย ซึ่งในประวัติศาสตร์ของสหรัฐมีอยู่ไม่กี่คน

____________________
ปริศนาหมายเลข 0 63519571501220311213
"TO LEAD MY COMRADES TO VICTORY WITHOUT FAIL.  THAT IS MY FIGHT." (Mavis 304:17)
ขึ้นไปข้างบน
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ